วิธีปลูก และดูแลทุเรียนเล็กหลังปลูกจนถึงอายุ 3 ปี ให้รอด

4142

วิธีปลูก และดูแลทุเรียนเล็กหลังปลูกจนถึงอายุ 3 ปี ให้รอด

ทุเรียนเล็กหลังปลูกจนถึง 3 ปี ถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการตายสูง ทั้งจากการขาดน้ำ สภาพอากาศร้อน รากไม่เดิน และที่สำคัญ คือ โรคจากเชื้อรา และแบคทีเรีย หากต้นทุเรียนตายในปีใด นั่นหมายความว่า เราต้องเริ่มใหม่

โดยเฉพาะการปลูกทุเรียนที่เน้นเรื่องการใช้สารเคมี หรือ ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว มักเกิดผลกระทบต่อดิน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทำให้ดินแน่น ดินมีความเป็นกรด เอื้อต่อการเกิดโรคเชื้อรากับพืชได้ง่าย แต่หากหันมาให้ความสำคัญกับอินทรีย์ชีวภาพเข้ามาช่วย ก็จะช่วยส่งเสริมการเติบโต และลดความเสี่ยงเรื่องโรคได้มากขึ้น ดังนั้น ทางพืชเกษตรจึงขอแชร์เทคนิคในการปลูก และดูแลทุเรียนเล็กให้รอด ดังนี้

1. การเตรียมหลุมปลูกให้ขุดกว้างอย่างน้อย 50 ซม. ลึกอย่างน้อย 50 ซม. หากมากกว่านี้ได้ยิ่งดี
2. รองพื้นด้วยปุ๋ยคอก อาทิ มูลโค กระบือ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น ไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมี และคลุกผสมให้เข้ากันกับดิน พื้นที่ฝนตกชุกหรือที่ลุ่มให้พูนโคก พื้นที่ดอน ไม่มีปัญหาน้ำขังไม่ต้องพูนโคกก็ได้
3. ปลูกเสร็จใช้วัสดุคลุมรอบโคนต้น อาทิ ใบไม้ ฟางแห้ง แกลบ คลุมพอเหมาะ ห้ามคลุมหนาเป็นกอง
4. ให้น้ำ 2- 3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือ ดูแลให้ดินชุ่มเสมอ
5. ไม่บ่อยให้หญ้าขึ้นรก มั่นกำจัดวัชพืชเดือนละครั้ง (หญ้าก็คือวัชพืช มีผลเสียมากกว่าผลดี) บริเวณใกล้โคนต้น ไม่ควรขุดพรวนกำจัดหญ้า ให้ใช้เครื่องตัดหญ้า จอบถาก หรือ การถอนมือ หลังจากนั้นใช้วัสดุคลุมโคนต้น
6. หากแดดร้อนมาก โดยเฉพาะหน้าแล้ง ควรใช้ผ้าสแลนคลุมเพื่อกรองแสงให้แต่ละต้น ห้ามคลุมหนาเป็นกอง
7. ทุกๆ 3 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยคอก โรยรอบโคนต้น ห้ามกองเป็นจุดไว้ ส่วนปุ๋ยเคมีอาจใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่หากใส่ ไม่จำเป็นต้องใส่มาก และต้องใส่ให้ห่างจากโคนต้น โดยเน้นสูตรที่มีเลขหลักแรกให้สูง เช่น 18-8-8 เป็นต้น
8. มั่นตรวจสอบแปลงเป็นระยะ เพราะทุเรียนเล็กอ่อนไหวต่อปัจจัยสิ่งแวดล้อมมาก โดยเฉพาะโรคจากเชื้อรา หากเติบโตปกติ และพ้นในระยะ 3 ปี แล้วถึงจะอุ่นใจได้ครับ

อินทรีย์ชีวภาพช่วยดูแล และส่งเสริมการเติบโตของต้นทุเรียน ด้วยน้ำหมักชีวภาพเข้มข้นที่มีอินทรีย์วัตถุ ธาตุอาหารหลัก-รอง และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ รวมถึงฮอร์โมนจิบเบอร์เรลลินสูง ช่วยส่งเสริมการเติบโต และต้านทานการเกิดโรคเชื้อรา และแบคทีเรียในต้นทุเรียนเล็กได้

ใช้ใน 2 รูปแบบ คือ แบบผสมน้ำรด และการฉีดพ่น อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนนี้ จะช่วยส่งเสริมการแตกราก เพิ่มจำนวนราก ช่วยให้รากแข็งแรง ขยายรากแทงแทรกดินได้ง่าย รวมถึงส่งเสริมการแตกยอดอ่อน นอกจากนั้น จุลินทรีย์ในกลุ่มของสารเร่ง พด.2 ยังช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรค ทั้งเชื้อรา และแบคทีเรียไม่ให้เติบโต อีกทั้ง ยังช่วยในการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ช่วยในการปรับปรุงดินได้ด้วย

ส่วนการป้องกันโรคจากเชื้อรา และแบคทีเรีย ให้เสริมด้วยน้ำหมักชีวภาพจากสมุนไพร ร่วมกับสารประกอบอนินทรีย์ต้านเชื้อรา ใช้ในการป้องกัน และรักษาโรค ทั้งการฉีดพ่น และการผสมน้ำรด อย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน โดยเฉพาะในฤดูฝน

หากบทความนี้มีประโยชน์ รบกวนกดถูกใจด้วยนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ