ผักเบี้ยใหญ่ ต้านอัลไซเมอร์ช่วยบำรุงสมอง ประโยชน์และสรรพคุณมากมาย

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม กลายเป็นโรคที่หลายคนเป็นกังวล โดยเฉพาะคนที่เข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุทั้งหลาย เพราะหากเป็นแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองของเราจะค่อยๆ ลดลง ทำให้มีปัญหาความจำระยะสั้นหากเป็นหนัก ๆ เข้าก็จะส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรม แต่รู้หรือไม่ว่ามีพืชผักสมุนไพรบางชนิดที่คุณสมบัติป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือผักเบี้ยใหญ่ เป็นผักที่มีประโยชน์อย่างมากมาย ใช้เข้าตำรับยารักษาโรคได้หลายชนิด วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับผักเบี้ยใหญ่ ต้านอัลไซเมอร์ ช่วยบำรุงสมอง สรรพคุณมากมาย
มาทำความรู้จักกับผักเบี้ยใหญ่

ผักเบี้ยใหญ่ (Purslane) หรือมีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า ผักอีหลี ผักเบี้ยดอกเหลืองผักตะก้ง หรือ ผักกาโค้งเป็นพืชตระกูลเดียวกับคุณนายตื่นสายดอกสีเหลืองเล็กๆ น่ารักๆ

ผักเบี้ยใหญ่ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอินเดีย กระจายพันธุ์ได้ทั่วไปในเขตร้อน เป็นพืชที่มีอายุสั้น ลำต้นเตี้ยอวบน้ำสีเขียวอมแดง ก้านกลม ทอดยอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไป ตั้งชูขึ้นได้ประมาณ 5-10 เซนติเมตร พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มักขึ้นบริเวณชายฝั่งริมน้ำที่โล่ง ดินทราย ที่ชื้นแฉะ ที่รกร้างทั่วไป หรือพบขึ้นเป็นวัชพืชตามริมถนนจัดเป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ

ผักเบี้ยใหญ่กินได้ นิยมกินเป็นผักสด รสออกเปรี้ยว หรือจะกินเป็นผักสลัดต้ม ลวก กินกับน้ำพริกก็ได้เช่นกันเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากแคลอรีต่ำ ไขมันต่ำ แถมยังมีไฟเบอร์จากเส้นใยอาหาร และมีโอเมก้า3 สูง ช่วยบำรุงระบบประสาท เพิ่มความจำ ทำให้สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงจากอาการอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อมได้ และยังส่งผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ ช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ป้องกันภูมิแพ้ เสริมกระดูกและข้อ นอกจากนั้น สารอัลคาลอยด์ในผักเบี้ยใหญ่สามารถยับยั้งฤทธิ์ของเอ็นไซม์ Acetylcholinesterase เพราะจะส่งผลต่อระบบสมองของเรา คน

สมัยก่อนใช้ใบผักเบี้ยใหญ่มาตำพอกรักษาแผลสด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกแก้อักเสบ ผื่นคัน แผลเปื่อย แผลอักเสบ โรคผิวหนังต่าง ๆ หรือใช้ใบผักเบี้ยใหญ่ต้มน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะแก้ท้องร่วง และเป็นยาบำรุงหัวใจ

ประโยชน์ของผักเบี้ยใหญ่ มีอะไรบ้าง
1.รักษาโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม สมุนไพรผักเบี้ยใหญ่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาให้ใช้เป็นยา เนื่องจากมีสารอัลคาลอยด์ที่มีความเข้มข้นถึง 100 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้สามารถยับยั้งการเกิดภาวะสมองเสื่อม และอาการทางระบบประสาท มีสรรพคุณบำรุงสมองและการทำงานของเซลล์ประสาท
2.มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเนื่องจากผักเบี้ยใหญ่มีกรดแอลฟาไลโนเลนิก หรือกรดไขมัน Omega 3สูงมาก สูงกว่าที่พบได้ในน้ำมันปลา และมีเส้นใยกากอาหาร มีแคลอรี่ต่ำ ไขมันต่ำ จึงช่วยในการบำรุงดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ดีมาก ๆ แถมยังช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์
3. มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการบำรุงร่างกาย เพราะทั้งวิตามินเอ บี ซี อี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ลิเทียม โฟเลท และยังเป็นแหล่งของกลูตาไธโอน หรือกลูตา โปรตีนที่ร่างกายคนเราสร้างเองได้ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรงที่สุด ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ขาวกระจ่าง มีน้ำมีนวล ช่วยป้องกันโรคผิวหนัง ผด ผื่นคัน
4.ยาระงับประสาท โรครูมาติก และโรคทางนรีเวช ผักเบี้ยใหญ่มีสรรพคุณในการระงับประสาท ระงับอาการปวด ช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานอย่างแข็งแรง ขับน้ำดี ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ รวมทั้งแก้โรครูมาติกที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอักเสบ ปวดบวม เช่น คออักเสบ ไขข้ออักเสบหรือบวม ซึ่งหากลุกลามอาจเป็นอันตรายถึงเนื้อเยื่อหัวใจได้ นอกจากนั้นผักเบี้ยใหญ่ยังใช้รักษาโรคทางนรีเวชที่เกี่ยวกับมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน หรือประจำเดือนผิดปกติ ปวดท้องน้อย อาการตกขาว เป็นต้น
5. ยาป้องกันมะเร็ง สรรพคุณของผักเบี้ยใหญ่ ยังมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในร่างกายของเรา เช่น มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งเนื้อเยื่อ
6. บำรุงรากฟัน และเหงือกการกินผักเบี้ยใหญ่สด ๆ นั้นมีประโยชน์ต่อฟันและเหงือกของเราเป็นอย่างมาก หรือคั้นน้ำจากต้นมาดื่ม หรืออมกลั้วคอ เป็นยาแก้เจ็บคอ แก้เหงือกบวม รำมะนาด และช่วยทำให้ฟันของเราแข็งแรง
7. แก้ไอ แก้กระหายใบสดของผักเบี้ยใหญ่ มีสรรพคุณแก้ไอและแก้กระหาย หรือนำมาตำละเอียดคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้งและน้ำตาล ใช้เป็นยาแก้อาการกระหายน้ำ แก้ไอแห้ง
8. ทาแผล แก้ช้ำ ผักเบี้ยใหญ่ยังมีสรรพคุณในการแก้อักเสบแก้บวมและช่วยรักษาแผลเน่าเปื่อยพุพอง แผลเป็นหนองเรื้อรัง รวมทั้งใช้รักษาแผลแมลงสัตว์กัดต่อยตำราสมัยก่อนใช้ต้นสดนำมาตำพอกบริเวณบาดแผล

ข้อควรระวัง
แม้ผักเบี้ยใหญ่จะเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากมาย แต่ในทางกลับกัน ก็มีข้อที่ควรต้องระมัดระวังในการใช้งานอยู่ด้วยเช่นกัน
1. ผู้หญิงมีครรภ์ไม่ควรใช้ เพราะผักเบี้ยใหญ่มีสารที่มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว
2. ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในไตจะมีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid)ที่มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ หากกินผักเบี้ยใหญ่สด ๆ จำนวนมากและต่อเนื่อง ควรต้องดื่มน้ำตามในปริมาณมาก ๆ
3. ผู้ป่วยที่เป็นไตวายเรื้อรัง ที่ต้องจำกัดปริมาณโพแทสเซียม ไม่ควรกินผักเบี้ยใหญ่ เพราะเป็นผักที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูง อาจจะทำให้เป็นอันตรายได้

ในยุคปัจจุบันที่คนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้นนั้น พืชผักที่เป็นสมุนไพรก็กลายเป็นกระแสนิยมมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักที่มีสรรพคุณหลากหลายอย่างผักเบี้ยใหญ่ ที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี การปลูกสมุนไพรไว้กับบ้านด้วยตัวเองนั้น จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก อยากแนะนำเลยว่าให้เราลองปลูกสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เอาไว้ใช้ประโยชน์กันดีกว่า เพราะนอกจากจะได้กินผักสด ๆ รสอร่อยแล้ว ยังห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย