เชื้อราบิวเวอร์เรีย

433

เชื้อราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiana) เป็นเชื้อราที่มีลักษณะเป็นเส้นใยสีขาว สามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในร่างกายของแมง และแมลงต่างๆ และสามารถคงอยู่ตามสภาพแวดล้อมได้ยาวนาน

advertisement

ปัจจุบัน ได้มีการเพาะเพื่อเพิ่มจำนวนสำหรับไปใช้ในด้านการกำจัดศัตรูพืชทางการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นสารชีวภาพชนิดหนึ่งสำหรับกำจัดแมง และแมลงศัตรูพืชต่างๆ อาทิ เพลี้ย และผีเสื้อชนิดต่างๆ รวมถึงตัวอ่อนในระยะหนอนที่พบในแปลงเกษตร

หลังจากที่สปอร์เชื้อราเกาะกับแมลงศัตรูพืชแล้วก็จะค่อยแพร่จากบริเวณภายนอกร่างกายเข้าสู่ภายในร่างกาย พร้อมแทงเส้นใย และขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อ และผิวหนังของแมลงจนทำให้แมลงผอม กินอาหารไม่ได้ และตายในที่สุด

เชื้อราบิวเวอร์เรีย

ลักษณะของแมลงศัตรูพืชที่ได้รับเชื้อราบิวเวอร์เรีย
เชื้อราบิวเวอร์เรียสามารถแพร่ และเจริญเติบโตในแมลงศัตรูพืชได้ในทุกระยะไม่ว่าจะเป็นไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ซึ่งลักษณะของแมลงที่มีการเจริญของเชื้อนี้อยู่จะสังเกตุได้ดังนี้
1. สามารถส่องเห็น และพบเส้นใยของเชื้อราเกิดขึ้นตามผิวลำตัว ขา หรือทั่วทั้งตัวของตัวแมลง
2. สีของตัวแมลงบริเวณที่เกิดการเกาะติดของเชื้อราจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทำให้เกิดจุดสีดำเกิดขึ้น
3. แมลงมีอาการเบื่ออาหาร ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวช้า
4. แมลงผอม ไม่เจริญเติบโต และตายในที่สุด

การนำไปใช้ประโยชน์โดยการฉีดพ่น
1. นำหัวเชื้อราบิวเวอร์เรียในรูปของเมล็ดข้าวโพดหรือเมล็ดข้าวฟ่าง 1 กก. ผสมกับน้ำสะอาด 20 ลิตร โดยการใช้มือคลุกผสมให้เข้ากันโดยทั่วโดยการขยำ จนสังเกตุเห็นเมล็ดข้าวโพดเริ่มสะอาดไม่มีเส้นใยของเชื้อราเกาะอยู่
2. ทำการกรองด้วยผ้าหรือตะแกรงถี่ แยกเอาเฉพาะน้ำ ส่วนกากเมล็ดข้าวโพดให้เก็บไว้
3. นำน้ำกรองที่ได้ใส่เครื่องฉีดพ่น โดยการพ่นให้พ่นในช่วงเช้าตรูก่อนแดดออกหรือแดดออกรำไร หากไม่สามารถฉีดพ่นได้ในช่วงเช้าให้ฉีดพ่นในช่วงเย็นแทนก็ได้ โดยเฉพาะในช่วงหลัง 5 โมงเย็นหรือดวงอาทิตย์ไกล้ตกดิน
4. การฉีดพ่นให้ฉีดพ่นตามหลักการฉีดพ่นยาทั่วไป คือให้ฉีดเริ่มตั่งแต่ทิศทางที่อยู่เหนือลมลงไป
5. การฉีดพ่น ควรฉีดพ่นให้ทั่วถึงในพื้นที่ของแปลงเกษตร หากเป็นไปได้ควรฉีดพ่นพื้นที่รอบข้างด้วยยิ่งดี

การ ฉีดพ่นควรฉีดพ่นในระยะประมาณ 1-2 เดือน/ครั้ง เพราะการเจริญเติบโตของเชื้อราตั่งแต่ระยะเกาะติดกับตัวแมลงจนถึงการแพร่ เส้นใย และสปอร์จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้น ควรฉีดพ่นในระยะห่างในช่วงนี้จึงจะดีที่สุด

การนำไปใช้โดยอาศัยลมพัดพา
การนำไปใช้ประโยชน์ในลักษณะนี้จะเป็นการอาศัยการพัดพาสปอร์ของเชื้อราด้วยลมตามธรรมชาติ โดยมีแนวทาง ดังนี้

ลักษณะการใช้

1. หาต้นไม้ไผ่ที่มีลำต้นกวงด้านในขนาดเท่าแขน และทำการตัดข้อไม้ไผ่ออกทั้งสองด้าน คล้ายลักษณะท่อน้ำ ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ตามขนาดที่ต้องการ
2. ทำการเจาะรูตรงกลางกระบอกไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูประมาณ 1-2 เซนติเมตร หรือตามขนาดต้องการ
3. นำแท่งไม้ยาวประมาณ 1 เมตร เสียบเข้ารูที่เจาะ โดยไม่ให้ปลายไม้โผล่ยื่นทะลุถึงรูด้านในของกระบอกไม้ไผ่หรือโผล่น้อย เพราะอาจปิดกั้นทางเดินของลมได้4. นำอุปกรณ์ไม้ไผ่ที่เตรียมได้ปักตามแปลงเกษตร ในระยะห่างกันประมาณ 20 เมตร โดยให้มีความสูงในระดับปลายของต้นพืชเป็นสำคัญ และให้หันปากประบอกในทิศทางลม
5. นำหัวเชื้อราบิวเบอร์เรียใส่เข้าในกระบอกประมาณ 1 กำมือ/กระบอก

ผลของเชื้อรา

การใช้ประโยชน์ในรูปแบบนี้อาจใช้ท่อ PVC ทำเป็นอุปกรณ์ก็ได้ แต่หากจะทำให้เกิดความร้อนมากกว่าไม้ไผ่เท่านั้นซึ่งอาจทำให้เชื้อตายได้ใน ช่วงกลางสันหรือวันที่มีอากาศร้อนจัด ทั้งนี้ ควรมีการเติมหัวเชื้อในกระบอกไม้ไผ่ประมาณ 1 ครั้ง/เดือน ตลอดช่วงการเจริญเติบโตของพืช

สำหรับหัวเชื้อที่เหลือจากการล้างเอา เชื้อในแบบการฉีดพ่น และหัวเชื้อเก่าในแบบที่สองให้หว่านลงแปลงเกษตรหรือหว่านโปรยตามขอบของแปลง เกษตร จะสามารถเพิ่มเชื้อได้อีกทางหนึ่ง และสามารถเป็นปุ๋ยแก่พืชได้ด้วย

advertisement