สละลอยแก้ว

1100

สละลอยแก้ว เป็นผลิตภัณฑ์ของผลสละด้วยแปรรูปสละสดให้อยู่ในรูปของสละในน้ำเชื่อมหรือที่เรียกว่า สละลอยแก้ว ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการเก็บรักษา และเพิ่มมูลค่าให้กับสละในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พันธุ์สละที่นิยมนำมาแปรรูป ได้แก่ สละพันธ์เนินวงศ์ เนื่องด้วยมีเนื้อหนา รสชาติหวาน และมีกลิ่นหอม

advertisement

สละลอยแก้วถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมผลิตมากในช่วงฤดูเก็บผลสละ โดยเฉพาะในบางปีที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ทำให้สละมีราคาถูก ดังนั้น การนำสละมาแปรรูปจึงเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสละได้เป็นอย่างดี

วิธีทำสละลอยแก้ว
วัตถุดิบ และส่วนผสม
1. สละสดคว้านเมล็ด 1 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
3. เกลือ 2 ช้อน
4. น้ำสะอาด 3 ลิตร

saraloil

ขั้นตอน
การเตรียมน้ำเกลือ และน้ำเชื่อม
1. ละลายเกลือในน้ำที่อุ่นไว้จำนวน 1 ลิตร
2. คนละลายเกลือจนหมด ยกลงตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
3. สำหรับน้ำเชื่อมให้เตรียมในลักษณะเดียวกัน
4. การเตรียมน้ำเชื่อม และน้ำเกลือ ควรเตรียมหลังการคว้านเมล็ดออกเรียบร้อยแล้ว และไม่ควรเตรียมไว้นาน

การเตรียมเนื้อสละ
1. คัดเลือกผลสละที่มีขนาดใหญ่ ขนาดผลควรยาวประมาณ 4-5 ซ.ม. น้ำหนัก 30 กรัม ขึ้นไป

2. การเอาหนามออก ใช้วิธีต่าง ดังนี้
– การใช้มือ โดยการใส่ถุงมือหนัง ลูบให้หนามหักออก โดยลูบปัดจากแนวท้ายผลขึ้นทางขั้วผล
– การใช้อุปกรณ์ที่มีช่องตาถี่ เช่น ตะกร้าพลาสติก ตะแกรงลวด โดยการนำสละใส่ในภาชนะ แล้วแกว่งภาชนะไปมาเป็นวงกลมเพื่อให้หนามกระทบกับช่องตะแกรงแล้วหักออก

3. ใช้มือปอกเปลือกออก โดยใช้มีดกรีดผิวเปลือกนำเป็นร่อง

4. การคัดเลือกขนาดของเม็ดสละ ขนาดผลควรยาวประมาณ 4 ซ.ม. น้ำหนัก 20 กรัม ขึ้นไป เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายด้วยคัดเลือกสละที่มีผิวนวล สะอาดไม่มีตำหนิ ให้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป  ส่วนสละที่ไม่ได้ตามเกณฑ์สามารถคัดแยกออกเพื่อทำสละลอยแก้วสำหรับรับประทานเองหรือเพื่อจำหน่ายในท้องถิ่นต่อไป หากทำเพื่อรับประทานเองไม่จำเป็นต้องคัดเลือดขนาดให้ยุ่งยาก

5. นำเม็ดสละที่ผ่านการคัดคุณภาพมาล้างทำความสะอาด โดยใส่เม็ดสละในภาชนะพลาสติกที่มีช่องตะแกรง แล้วจุ่มล้างในน้ำสะอาด ยกขึ้นวางไว้ให้สเล็ดน้ำ

6. คว้านเมล็ดออก โดยไม่ให้เนื้อสละแยกส่วนกันตามวิธี ดังนี้
– มีดที่ใช้ควรเป็นมีดปอกผลไม้ที่มีลักษณะเรียวเล็ก มีปลายโค้งเล็กน้อย
– ใช้มีดเสียบเข้าตรงกลางทางด้านขั้วผลให้ลึกเกือบสุดเมล็ด โดยค่อยเสียบปลายมีดเรียบตามผิวเมล็ด ซึ่งสังเกตได้จากการสัมผัสขณะเสียบปลายมีด
– จับเม็ดสละให้แน่นพอประมาณ แล้วหุนคว้านมีดเป็นวงกลมเรียบไปกับผิวเมล็ดจนสุดมาที่เดิม
– กลับด้านเม็ดสละให้ด้านท้ายผลหันเข้าหาตัวเรา
– เสียบปลายมีดเข้าตรงกลางด้านท้ายผลจนถึงเมล็ด
– จับเม็ดสละให้แน่นพอประมาณ แล้วดันปลายมีดไปด้านหน้าเพื่อดันเมล็ดออกที่ด้านขั้วผล
– ขณะคว้านเมล็ดหรือดันเมล็ดออก ระวังอย่าให้เนื้อสละช้ำหรือฉีกขาว

7. นำเม็ดสละที่คว้านเมล็ดออกไปแช่ในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ 10-20 นาที เพื่อลดความเปรี้ยวของสละ

saraloil1

การเชื่อม
1. ทำการอุ่นหรือให้ความร้อนน้ำเชื่อมพออุ่นๆ 60-70 องศาเซลเซียส ให้ชิมความหวาน หากความหวานไม่ได้ให้เพิ่มน้ำตาลทรายตามที่ต้องการ ระวังเรื่องความร้อนไม่ควรให้ร้อนมาก เพราะจะทำให้เนื้อสละมีสีซีด
2. นำเม็ดสละที่ผ่านการแช่น้ำเกลือ ลงแช่ในภาชนะที่อุ่นน้ำเชื่อม นาน 10-20 นาที
3. ยกภาชนะลงตั้งให้เย็น และบรรจุใส่บรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ จะสามารถนำมาจำหน่ายได้หลังการบรรจุประมาณ 2-3 วัน ซึ่งน้ำเชื่อมค่อยๆซึมเข้าไปในเนื้อสละได้ทั่วแล้ว
4. บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ควรเป็นขวดแก้วหรือขวดพลาสติกที่ผ่านการล้างทำความสะอาด และฆ่าเชื้อแล้ว

advertisement