บัวกระด้งหรือบัววิคตอเรีย

1140

บัวกระด้ง หรือเรียก บัววิคตอเรีย ( Royal water-lily, Victoria ) เป็นบัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสายพันธุ์บัวทุกชนิด มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีรากอวบขาวจำนวนวนมาก และลำต้นหรือเรียกหัวบัวอยู่ในดินใต้น้ำ มีก้านใบแทงผ่านน้ำ และมีหนามยาวทั่วก้าน และส่วนใบที่อยู่เหนือน้ำ ใบมีลักษณะวงกลม กว้างประมาณ 1-2 เมตร ขอบใบตั้งขึ้นเหมือนกระด้ง สูง 2-4 นิ้ว จึงเป็นชื่อที่คนไทยเรียกว่า บัวกระด้ง ใบด้านบนที่เป็นใบอ่อนจะมีลักษณะสีน้ำตาล ใบด้านบนที่เป็นใบแก่จะมีสีเขียวสด สีใบด้านล่างจะมีสีน้ำตาลแดง และตั้งแต่ส่วนที่พับเป็นขอบจนถึงส่วนด้านล่างใบที่อยู่ในน้ำจะมีหนามทั่วทั้งใบ

advertisement

ดอกมีสีขาว และเปลี่ยนเป็นสีชมพู ชมพูเข้ม จนถึงม่วงแดง ตามอายุของดอก ผิวของกาบดอกที่หุ้มดอกจะมีหนาม เมื่อบานกาบดอกจะลอยบนน้ำ และชูดอกบานไว้ด้านบน ดอกจะบานในช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเช้า และส่งกลิ่นหอมเมื่อเข้าใกล้

เมล็ดจะอยู่ในฝักบัว เมล็ดอ่อนจะมีสีขาว ต่อมาเป็นสีเขียว และเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจนถึงแก่จัดจะออกดำ ขนาดเมล็ดประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร เมล็ดที่แก่จะใช้สำหรับการเพาะขยายพันธุ์

บัวกระด้ง

บัวกระด้ง ถือเป็นบัวที่ใช้เป็นไม้ประดับในสระหรือหนองน้ำเท่านั้น ไม่สามารถปลูกในกระถางได้ ดังนั้น จึงมักพบได้ในหนองน้ำขนาดใหญ่ สวนหย่อมที่มีสระน้ำ เป็นบัวที่มีลักษณะแปลก แกละแตกต่างจากบัวสายพันธุ์อื่นๆ และเพาะขยายพันธุ์ได้ยาก

การปลูกบัวกระด้งหรือบัววิคตอเรีย
การขยายพันธุ์บัวกระด้งจะใช้วิธีเพาะเมล็ดเท่านั้น ไม่ใช้วิธีการแยกเหง้าหรือหน่อเหมือนบัวหรือพืชน้ำสายพันธุ์อื่น เพราะบัวกระด้งจะไม่มีการแตกหัวหรือแยกเหง้า จะมีเพียงหัวบัวเพียงหัวเดียวเท่านั้น และตามธรรมชาติแล้งบัวกระด้งจะขยายพันธุ์เองด้วยเมล็ดแก่ที่หล่นลงน้ำเท่านั้นเมล็ดบัวกระด้ง

ขั้นตอนการเพาะขยายพันธุ์เริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์จากต้นบัวที่มีความแข็งแรง มีลักษณะเด่นตามที่ต้องการ โดยการเก็บเมล็ด จะเลือกเก็บเฉพาะเมล็ดแก่ที่มีสีน้ำตาลออกดำเท่านั้น

วิธีการเพาะขยายพันธุ์อาจแบ่งออกเป็น 4 แนวทาง คือ
1. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยกระถางบนบก
– ใช้กระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร โดยก้นกระถางต้องไม่มีรู
– จัดวางกระถางในที่ร่มหรือมีแสงแดดรำไร เช่น ใต้ร่มไม้
– นำดินผสมปุ๋ยคอกใส่ในกระถางประมาณ 3 ใน 4 ส่วน แต่แนะนำให้นำดินจากก้นบ่อธรรมชาติที่มีบัวขึ้น และนำน้ำจากบ่อดังกล่าวจะเป็นการเอื้อให้มีสภาวะที่เหมาะแก่การงอกของเมล็ดมากกว่า
– เทน้ำใส่กระถางให้เต็มจนล้น พร้อมนำเมล็ดโรยใส่กระถางประมาณ 3-5 เมล็ด

การดูแลไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยาก ที่สำคัญต้องไม่ให้แดดส่องกระถางมากจนทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูง และคอยเติมน้ำในกระถางให้เต็มตลอด และที่สำคัญต้องระวังไม่ให้น้ำเน่า โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ยคอกในดินมากหรือมีใบไม่ร่วงทับถมจนเน่าเสีย ซึ่งเมื่อเมล็ดงอกจนแทงใบพ้นน้ำแล้วให้นำต้นอ่อนลงปลูกในบ่อทันที ด้วยการทุบกระถางในน้ำหรือนำต้นอ่อนออกจากระถางใต้น้ำ สำหรับกระถางที่มีเมล็ดงอกมากกว่า 1 เมล็ด ให้กำจัดเหลือเพียงหนึ่งต้นหรืออาจแยกปลูกในกระถางใหม่จะเป็นดีที่สุด

2. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยกระถางในน้ำ
– วิธีนี้จะใช้เพาะในแหล่งน้ำหรือบ่อดินตื้นความลึกไม่เกิน 1 เมตร ด้วยการวางกระถางที่ก้นบ่อ
– ใช้กระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับวิธีแรก
– นำกระถางวางที่ก้นบ่อ พร้อมขุดดินก้นบ่อใส่ประมาณ 3 ใน 4 ของกระถาง
– นำเมล็ดใส่กระถางประมาณ 3-5 เมล็ด โดยให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ

การดูแลของวิธีนี้ที่สำคัญคือการดูแลไม่ให้น้ำในบ่อเกิดการเน่าเสีย และน้ำในบ่อควรใสเพื่อให้มองเห็นว่าเมล็ดงอกแล้วหรือไม่ หากน้ำขุ่นมากอาจลำบากต่อการสังเกตุ แต่อาจใช้วิธีการงมสัมผัสแทน

เมื่อเมล็ดงอกแล้วจนลำต้นแทงสูงเหนือกระถางก็สามารถย้ายปลูกตามตำแหน่งต่างๆของบ่อหรือย้ายปลูกไปยังบ่ออื่นๆได้ แต่การย้ายปลูกที่บ่ออื่นจากวิธีนี้จำเป็นต้องปลูกทันทีเมื่อย้ายกระถางขึ้นจากบ่อหรืออาจนำกระถางใส่ในถังพลาสติกที่มีน้ำอยู่อีกทีหนึ่งสำหรับการเคลื่อนย้ายหรือต้องรอกนานหลายวันกว่าจะปลูกก็ได้

3. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นอ่อน
วิธีนี้ใช้การขยายพันธุ์จากต้นอ่อนที่เกิดในบ่อน้ำ ด้วยการหาต้นอ่อนใต้น้ำ และย้ายปลูกไปยังบ่ออื่นๆทันที วิธีการนี้จะใช้ได้ผลดี ไม่ยุ่งยากลำบากหากบ่อดินมีลักษณะตื้น และน้ำใสมองเห็นก้นบ่อ

4. การเพาะขยายพันธุ์ด้วยการหว่านเมล็ด
วิธีนี้เป็นการเพาะขยายพันธุ์ในบ่อที่ใช้ปลูกโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ประหยัดสุด และนิยมมากที่สุด ด้วยการนำเมล็ดที่แก่จัดแล้วมาหว่านลงบ่อในระยะห่างประมาณ 5-10 เมตร ต่อ 3 เมล็ด แต่การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำหรือบ่อดินที่เอื้อต่อการเติบโตของบัว

หัวใจสำคัญของการปลูกบัวนั้นขึ้นอยู่กับสภาพดิน และน้ำในบ่อเป็นสำคัญที่สุด โดยบ่อที่ทำการเพาะขยายพันธุ์หรือสำหรับปลูกบัวกระด้งต้องมีสภาพดินที่ไม่เป็นกรด น้ำในบ่อมีค่า DO หรือออกซิเจนละลายในน้ำไม่ควรต่ำกว่า 4 มิลลิกรัม/ลิตร ค่า BOD ไม่ควรเกิน 2 มิลลิกรัม/ลิตร หรือสังเกตุจากปลาตัวแบนจำพวกมีเกล็ดอาศัยอยู่ได้ เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ก็แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นยังสามารถให้บัวเติบโตได้

การตลาดของบัวกระด้งยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะต้องใช้พื้นที่มากในการปลูก และต้องมีการขุดบ่อน้ำหรือสร้างอ่างน้ำขนาดใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองเงินเสียเปล่า และอีกประการหนึ่งคือบัวกระด้งเป็นบัวที่เพาะพันธุ์ได้ยาก และเสียเวลามากกว่าบัวชนิดอื่นๆ แต่ทั้งนี้ บัวกระด้งก็ยังพอมีตลาดสำหรับคนที่มีที่มาก และมีบ่อน้ำ และที่สำคัญยังมีตลาดสำหรับธุรกิจการจัดสวน สนามกอล์ฟ และสำหรับคนที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งแน่นอนว่าราคาแต่ละต้นนั้นเป็นหลักพันบาทแน่นอน

advertisement