การปลูกมะนาวในกระถาง

1978

มะนาว ถือเป็นไม้ผลที่มีความนิยมมากที่สุดในการประกอบอาหารหรือทำเครื่องดื่ม ทำให้ราคามะนาวในปัจจุบันค่อนข้างแพงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เดือนธันวาคม-พฤษภาคม ราคามะนาวอาจสูงถึงลูกละ 10 บาท เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในการปรุงอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองที่ไม่มีพื้นที่ปลูกมะนาวเอง จำเป็นต้องหาซื้อเป็นประจำ ดังนั้น การปลูกมะนาวในกระถางถือเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับคนในเมือง ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย แต่ต้องการปลูกมะนาวไว้รับประทานเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาหารแต่ละมื้อ

advertisement

พันธุ์มะนาวที่แนะนำให้ปลูก ได้แก่ มะนาวแป้น มะนาวแป้นพันธุ์พิจิตร มะนาวพันธุ์พวงเพชร และมะนาวไข่

ข้อดีการปลูกมะนาวในกระถาง
1. ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือมีที่ดินน้อย
2. สามารถปลูกได้บนดาดฟ้าหรือระเบียงห้องบนตึกหรืออาคารสูง
3. ง่ายต่อการดูแล และการให้น้ำ
4. สามารถบังคับให้ออกลูกนอกฤดูกาลได้ง่าย
5. ยกหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย
6. สามารถจัดเป็นไม้ประดับได้อีกทาง

มะนาวในกระถาง

ข้อเสีย
1. ต้นเจริญเติบโตไม่ค่อยดีเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกบนดินหรือในท่อซีเมนต์
2. ต้องมั่นเปลี่ยนดินบ่อยหรือต้องให้ปุ๋ยหรือธาตุอาหารมากเพื่อให้ดินมีธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเติบโต และให้ผล
3. ต้นจะโทรมเร็ว และอายุของต้นมะนาวสั้นกว่าการปลูกโดยทั่วไปแต่ไม่แตกต่างกันมาก
4. ต้องมั่นตัดแต่งกิ่งไม่ให้มีขนาดสูงหรือทรงพุ่มใหญ่เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขนาดของกระถางที่ใช้
5. อาจเกิดการล้มของกระถาง ทำให้กระถางแตกง่าย

วัสดุอุปกรณ์
1. กระถางดินเผาหรือกระถางพลาสติก
กระถางที่ใช้อาจเป็นกระถางดินเผา กระถางเซรามิกส์หรือกระถางพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-20 นิ้ว และต้องมีรูระบายน้ำด้านล่าง นอกจากนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้ภาชนะอื่นสำหรับการปลูกได้ เช่น ถัง กะละมัง ตุ่มน้ำ เป็นต้น

2. ดิน
ดินที่ใช้ปลูกจะใช้ดินร่วนผสมกับมูลสัตว์ หรือผสมวัสดุอื่น เช่น ขี้เถ้า แกลบ กากมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วน 1:1 หรือ 1:2 ผสมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ขนาด 1 กำมือ

3. กิ่งพันธุ์มะนาวตอน สามารถหาซื้อได้ตามสวนมะนาวหรือตลาดเกษตรทั่วไป

4. ไม้ไผ่

5. ก้อนอิฐหรือแท่งไม้

การปลูก
1. จัดเรียงอิฐวางในที่ตั้งกระถาง โดยให้มีช่องว่างตรงกลางบริเวณรูกระถาง แล้วนำกระถางเปล่าตั้ง การเลือกสถานที่ตั้งนั้น สำคัญต้องให้มีแดดส่องถึง
2. นำดินที่ผสมวัสดุปลูกอื่นๆแล้วเข้าใส่ในกระถาง โดยให้ระดับดินอยู่ต่ำจากปากกระถางประมาณ 1 ใน 3
3. ใช้มีดปลายแหลมกรีดถุงมะนาว และดึงถุงพลาสติกออก แล้วนำลงปลูก โดยให้ดินกลบเหนือเขตลำต้นประมาณ 5 เซนติเมตร และให้ดินต่ำกว่างระดับขอบกระถางประมาณ 1 นิ้ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม และนำฟางข้าว แกลบหรือเศษใบไม้มากลบบริเวณโคนต้น และปากกระถาง

การดูแล
– การให้น้ำ จะทำการให้น้ำด้วยการดหรือให้น้ำผ่านอุปกรณ์การให้น้ำ เช่น อุปกรณ์ให้น้ำหยด โดยให้วันละครั้งในระยะแรก และเมื่อมะนาวตั้งต้นได้อาจให้ให้น้ำเป็นวันเว้นวัน
– การใส่ปุ๋ย ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งกำมือ 6 เดือน/ครั้ง หรืออาจหลีกเลี่ยงปุ๋ยเคมีในระยะดูแล และให้ไปใส่ในระยะบังคับให้ออกผลเท่านั้น โดยในระยะทั่วไปจะใช้วิธีการให้ปุ๋ยอินทรีย์หรือใช้มูลสัตว์ละลายน้ำรดโคนต้นอย่างสม่ำเสมอ
– การตัดแต่งกิ่ง ให้ตัดแต่งกิ่งที่ยาวหรือสูงเกินไป หากมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ให้ใช้ไม้ไผ่สอบที่ประถางในทั้ง 4 มุม และใช้เชือกหรือตีกรอบด้วยไม้ไผ่ขึงรอบบริเวณทรงพุ่ม เพื่อไม่ให้ทรงพุ่มแพร่กว้าง
– การเด็ดดอกทิ้ง เป็นวิธีป้องกันการติดผลหลังการปลูกมะนาว ซึ่งจะใช้กับมะนาวที่เพิ่งปลูกลงกระถางหรือเป็นต้นมะนาวที่มีอายุน้อย ลำต้นยังเล็ก แตกกิ่งน้อย เพราะต้นมะนาวลักษณะนี้ หากปล่อยให้ติดผล อาจทำให้ต้นโทรมเร็ว ซึ่งทั่วไปเกษตรกรมักจะเด็ดดอกทิ้ง เพื่อให้ลำต้นเติบโต และแตกกิ่งพอสมควรก่อน 3-5 เดือน ขึ้นไป หลังจากนั้น ค่อยปล่อยให้ติดผล แต่เกษตรกรบางรายอาจปล่อยให้ติดผลเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้นก็ได้ จนถึงระยะ 3-5เดือน แล้วค่อยปล่อยให้ติดผลทั้งต้น

การทำให้ออกลูกนอกฤดู
โดยธรรมชาติของมะนาวเมื่อมีการตัดแต่งกิ่ง ดอกจะออกมาพร้อมกับกิ่งใหม่ และใบใหม่ ดังนั้น การบังคับให้มะนาวออกผลในนอกฤดูจึงใช้วิธีการอดน้ำ และตัดแต่งกิ่ง ตามขั้นตอน คือ
1. ให้เลือกต้นมะนาวที่มีอายุการปลูกตั้งแต่ 8-12 เดือน
2. ทำการตัดปลายกิ่งที่ต้องการให้มีการติดลูก และควรเลือกกิ่งแก่
3. ทำการไม่ให้น้ำมะนาวเป็นเวลา 7-10 จนใบเหี่ยวหรือเริ่มร่วง
4. ให้ปุ๋ยสูตร 12-12-24 พร้อมรดน้ำให้ชุ่มหรืออาจให้ปุ๋ยด้วยการละลายน้ำ
5. ให้น้ำปกติ วันละครั้งหรือวันเว้นวัน
6. มะนาวจะแตกกิ่ง และออกใบใหม่ประมาณ 15-20 วัน พร้อมแตกดอก
7. ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำต้มสมุนไพรหรือสารป้องกันหนอนหรือแมลงขณะแตกใบอ่อน

สำหรับต้นมะนาวที่ปลูกในกระถางหากมีอายุหลายปีหรือเริ่มให้ผลน้อย ควรเปลี่ยนต้นพันธุ์ใหม่ ซึ่งต้นพันธุ์ที่ถ่ายออกควรนำไปปลูกลงดินต่อ เพราะสามารถบำรุงรักษาต้นให้เจริญเติบโต และให้ผลดกเหมือนเดิมได้

เทคนิคการปลูกให้มะนาวออกลูกอย่างต่อเนื่อง และมีอายุหลายปี
1. การคัดเลือกกิ่งพันธุ์
กิ่งพันธุ์มะนาวที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในกระถาง ควรเป็นกิ่งพันธุ์ที่ตอนมาจากต้นพันธุ์ที่เริ่มให้ลูกมะนาวแล้ว และกิ่งตอนควรเป็นกิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยออกลูกหรือออกลูกมะนาวแล้วไม่เกิน 1 ครั้ง อายุกิ่งประมาณ 4 เดือน ถึง 8 เดือน แต่ปัจจัยนี้ ผู้ชื้อกิ่งพันธุ์ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ผู้ซื้อสามารถสังเกตได้จากลักษณะสีของกิ่งพันธุ์ และลักษณะใบ คือ กิ่งพันธุ์ที่นำมาขายควรมีสีเขียวแก่หรือสีเขียวปนน้ำตาลเล็กน้อย ส่วนใบจะมีลักษณะใบใหญ่ อ่อน ไม่แข็งก้าน ใบมีลักษณะเรียบ ไม่พับงอ ซึ่งแสดงถึงกิ่งพันธุ์ที่ยังมีอายุไม่มาก แต่บางครั้งอาจเป็นผลมาจากการใส่ปุ๋ยบำรุงมากก็ได้ โดยเฉพาะระยะก่อนนำออกขายของเจ้าของไร่ ดังนั้น กิ่งพันธุ์ที่มีอายุที่เหมาะสมจะสามารถติดลูกมะนาวในเวลาภายในปีเดียว และสามารถให้ลูกมะนาวต่อเนื่องนานได้มากกว่า 5 ปี

gingmanaow

2. การเลือกใช้วัสดุปลูกที่เหมาะสม
วัสดุปลูกควรเป็นดินผสมกับอินทรีย์วัตถุ ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ส่วนอินทรีย์วัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยคอกที่เป็นมูลสัตว์ต่างๆ ปุ๋ยหมัก ขี้เถ้า และขุ๋ยมะพร้าว โดยเฉพาะปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักจะเหมาะสมที่สุด อัตราส่วนผสมระหว่างดินกับอินทรีย์วัตถุ 2:1 หรือ 3:1 โดยการเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดินปลูกจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสม การเพิ่มความร่วนซุยของดิน ช่วยให้ดินในกระถางไม่แน่น และช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน

3. การเลือกใช้กระถาง และวางกระถาง
กระถางที่ใช้ปลูกมี 3 แบบ คือ กระถางพลาสติก กระถางดินเผา และกระถางจากวัสดุไม่ใช้ต่างๆ ซึ่งผู้ปลูกส่วนใหญ่มักหาซื้อกระถางพลาสติกหรือกระถางดินเผา ที่มีขนาดแตกต่างกัน หากใช้กระถางที่มีขนาดใหญ่ย่อมทำให้มีปริมาตรดินมากขึ้น หากใช้กระถางเล็กย่อมต้องใช้ดินน้อย ปัจจัยนี้มีผลต่อการแผ่ขยายของราก และสารอาหารที่มะนาวต้องการ ดังนั้น การใช้กระถางขนาดใหญ่ย่อมทำให้ต้นมะนาวเจริญเติบโตดี และมีอายุต้นได้นานมากกว่ากระถางขนาดเล็ก ทั้งนี้ ขึ้นกับปัจจัยการดูแลเป็นสำคัญ และการเลือกใช้ขนาดกระถางต้องเหมาะสมกับพื้นที่วาง หากต้องยกหรือเคลื่อนกระถางต้องยกหรือเคลื่อนที่ได้ง่าย

plast

การใช้กระถางพลาสติกจะมีราคาถูกกว่ากระถางดินเผา แต่กระถางพลาสติกจะทำให้สูญเสียความชื้นในกระถางได้ง่ายกว่ากระถางดินเผา และมีอายุการใช้นานน้อยกว่า ซึ่งพลาสติกทั่วไปจะมีอายุการใช้งาน ประมาณ 5-10 ปี เท่านั้น

4. การให้น้ำ ให้ปุ๋ย และการดูแลอื่นๆ
การให้น้ำ โดยทั่วไปมักให้น้ำธรรมดา แต่หากให้น้ำที่ได้จากการแช่ปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์เคี้ยวเอื้องจะเป็นการให้น้ำ และให้ปุ๋ยไปพร้อมๆกัน ความถี่การให้น้ำ ควรให้อย่างสม่ำเสมอวันละ 1-2 ครั้ง ในปริมาณที่พอให้หน้าดินกระถางชุ่ม 5-10 เซนติเมตร และควรหลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยเคมีในระยะที่ไม่ใช่การบังคับให้มะนาวออกผล เพราะจะทำให้ดินมีสภาพความเป็นกรดเร็วขึ้น หน้าดินแห้ง และแน่นเร็ว บริเวณหน้ากระถางควรนำซากพืช เศษใบไม้ หรือฟางข้าววางคลุมหน้ากระถาง ซึ่งการให้ปุ๋ยอินทรีย์จะให้ดินไม่เสื่อมสภาพเร็ว ส่วนการวางวัสดุจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดิน ทำให้มะนาวเติบโตในดินที่จำกัดได้อย่างต่อเนื่อง และอยู่ได้นานมากขึ้น

5. การตัดแต่งกิ่ง และบังคับให้ออกลูก
การบังคับมะนาวให้ออกลูกนอกฤดูกาล หากทำบ่อยครั้งจะทำให้ต้นเสื่อมสภาพเร็ว และจำเป็นต้องบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ และจำเป็นต้องต้องใช้ปุ๋ยเคมีในระยะ

advertisement