กาฝาก และสรรพคุณกาฝาก

1155

กาฝาก (parasitic plant/mistletoe) เป็นพืชที่ดำรงชีวิตอยู่บนต้นไม้อื่น โดยมีรากเบียน (haustoria) ที่แทงทะลุเปลือกไม้เข้าไปถึงท่อลำเลียงแย่งน้ำและธาตุอาหารจากพืชให้อาศัย มีความสำคัญในการนำมาเป็นยาสมุนไพร

advertisement

กาฝากที่พบในประเทศไทยมักพบเกาะตามไม้ทุกชนิดที่มีทรงพุ่มใหญ่ มีร่มเงามาก เปลือกลำต้น และกิ่งค่อนข้างหนา และจะเรียกชื่อกาฝากตามชนิดของต้นไม้ที่พบอาศัยอยู่ เช่น กาฝากมะม่วง กาฝากมะนาว กาฝากมะขาม กาฝากประดู่ เป็นต้น ทั้งนี้ กาฝากที่พบในประเทศไทยส่วนมากจะอยู่ในวงศ์ Loranthaceae, Santhalaceae และViscaceae

ลักษณะกาฝาก
ราก
รากกาฝากจัดเป็นรากเบียน (haustorium) ใช้เกาะยึดกับลำต้นหรือกิ่งของไม้ชนิดอื่น ด้วยการแทงรากเชื่อมกับระบบลำเรียงน้ำ และอาหารในชั้นโฟเอ็ม และไซเล็มของไม้อื่น รากนี้จะคอยดูดน้ำ และสารอาหารที่ลำเลียงผ่านท่อลำเลียง แล้วส่งมาเลี้ยงลำต้น และใบของตนเองให้เจริญเติบโต

รากกาฝาก

ลำต้น
ต้นกาฝากมีลักษณะเป็นเถาเลื้อย ลำต้นมีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 50-100 ซม. หรือมากกว่า ลำต้นแตกกิ่งขนาดเล็กออกจำนวนมาก

ใบ
กาฝาก เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ใบแทงออกใบเดี่ยวบนกิ่งสลับข้างกัน ใบมีรูปไข่ ค่อนข้างหนา และมีสีเขียวเข้ม โคนใบเรียว ปลายใบมนหรือบางชนิดปลายใบแหลม ขนาดกว้างประมาณ 3-5 ซม. ยาวประมาณ 5-7 ซม. แผ่นใบเรียบ และค่อนข้างเป็นมัน

กาฝาก

ดอก
ดอกกาฝากมีขนาดเล็ก แทงออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ดอกมีกลีบดอกสีเหลืองหรือส้มแดง แลดูสวยงาม ดอกกาฝากเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ภายในดอกมีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียทำให้ผสมตัวเองในดอก และผสมข้ามดอกได้ ดอกจะออกต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฎาคม-มกราคม ทั้งนี้ ในช่วงที่ออกดอกมักจะได้รับการผสมเกสรจากนกที่มาดูดน้ำหวานจากดอก เช่น นกกินปลี และนกเขียวตอง เป็นต้น

ดอกกาฝาก

เมล็ดกาฝาก
เมล็ดกาฝากมีลักษณะรูปไข่ ปลาตัด เมล็ดมีสีส้มอมน้ำตาล เมล็ดมีขนาดเล็ก และเบา ไม่มีเปลือกหุ้มเมล็ด แต่จะมีเมือกเหนียวหุ้มเมล็ด เมล็ดมักติดมากับนกชนิดต่างๆที่มาเกาะบนต้นไม้ จากนั้น เมล็ดจะเกาะติดเปลือกไม้ และงอกบนเปลือกของลำต้นหรือกิ่งของไม้อื่นที่อิงอาศัย

ชนิดของกาฝาก
แบ่งตามคลอโรฟิลล์
1. ชนิดที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ (holoparasites) จัดเป็นปริสิตต้นไม้แท้ ที่ไม่มีการสังเคราะห์ด้วยแสง และสร้างอาหารเองไม่ได้
2. ชนิดมีคลอโรฟิลล์ (hemiparasites) มีการสังเคราะห์ด้วยแสงสำหรับการเติบโตของลำต้น และใบ แต่จะเกาะเชื่อมกับต้นไม้อื่นเพื่อดูดน้ำ และสารอาหารบางชนิดจากไม้อื่นเท่านั้น

แบ่งตามลักษณะการเติบโต
1. ชนิดไม่อิงอาศัย (facultative hemiparasites) เป็นชนิดที่สามารถเติบโตได้โดยไม่จำเป็นต้องเกาะพืชอื่นเติบโตตลอดวงจรชีวิต
2. ชนิดอิงอาศัย (Obligate hemiparasites) เป็นชนิดที่เจริญเติบโตไม่ได้หากไม่ได้เกาะพืชอื่นอาศัย เมื่อต้นไม้ที่อาศัยตายลง กาฝากที่เกาะจะตายไปพร้อมด้วย

ประโยชน์ของกาฝาก
1. ใบนำมาตากแห้ง ใช้ชงเป็นชาดื่ม

สรรพคุณกาฝาก
ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นพื้นที่ที่มีกาฝากเจริญเติบโต และแพร่กระจายมากพื้นที่หนึ่ง ซึ่งประเทศต่างๆ อาทิ ไทย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้นำใบ และลำต้นกาฝากมาใช้ประโยชน์เป็นสมุนไพรในหลายด้าน ได้แก่
การนำใบ และลำต้นมาต้มน้ำดื่มหรือคั้นน้ำจากใบ
– ใช้รักษาอาการ และบรรเทาอาการไอ
– ใช้รักษาโรคเบาหวาน และลดความดันโลหิตสูง
– ใช้ลดน้ำตาลในเลือด และลดอาการโรคเบาหวาน และป้องกันการเป็นเบาหวาน
– การดื่มน้ำต้มจากส่วนต่างๆมีสรรพคุณต้านการลุกลาม และช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
– น้ำคั้นจากใบรักษาโรคดีซ่าน
– ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
– ใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
– ใช้ดื่มรักษาไข้หวัด
– สารสกัดหรือน้ำต้มทั้งใบ และลำต้นออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง T-lymphocyte ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายสูงขึ้น
– ใช้รักษาอาการทางจิต
– ใช้รักษาอาการปวดเมื่อตามร่างกาย ปวดข้อ ปวดเอว
– หญิงหลังคลอดใช้น้ำต้มจากใบ และลำต้มดื่ม ช่วยรักษาแผลรักคลอด ทำให้มดลูกกระชับ
– น้ำต้มจากใบหรือน้ำคั้น ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงเซลล์ การเสื่อมของเซลล์ และช่วยให้ผิวพรรณแลดูสดใส

นำใบมาบด น้ำลำต้นมาฝน
– นำลำต้นมาฝนหรือนำใบมาดขยี้ ใช้ทารักษาแผลติดเชื้อ
– นำใบมาบด ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง

เพิ่มเติมจาก : บุษณีย์ เอื่ยมสีดา, (2550)(1)

เอกสารอ้างอิง
1. บุษณีย์ เอื่ยมสีดา, 2550. สัณฐานวิทยาและความสามารถของกาฝากต้นหว้าในการยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด.

advertisement